พัฒนาตัวเองในสายอาชีพ โปรแกรมเมอร์ ด้วย กฎ 80/20

โปรแกรมเมอร์ที่ดี-80-20

การจะก้าวหน้าในอาชีพ โปรแกรมเมอร์ และ เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดีนั้นต้องอาศัยเวลาและ การสะสมประสบการณ์ บทความนี้จะมาพูดคุยเรื่องของหลักการหรือแนวคิดที่จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของอาชีพ โปรแกรมเมอร์ โดยหลักการ นี้ถูกเรียกว่ากฏ 80/20 ลองมาดูกันว่ากฎนี้จะมาช่วยให้เราเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดีขึ้นได้อย่างไร

 

อะไรคือกฎ 80/20?

“The Pareto principle” หรือ กฎ 80/20 กล่าวว่า เหตุการณ์ส่วนมาก ประมาณ 80% ของผลลัพธ์นั้นเกิดจาก เพียง 20% ของต้นเหตุ

ซึ่งตัวเลข 80/20 เป็นตัวเลขโดยประมาณ โดยจะสื่อว่าผลลัพธ์ส่วนใหญ่จะเกิดจากต้นเหตุส่วนน้อย แล้วในการทำงานของ อาชีพ โปรแกรมเมอร์ เราสามารถประยุกต์ใช้กฎนี้ได้เมื่อใดบ้าง

ใช้ กฎ 80/20 เพื่อพัฒนาตัวเองในสาย อาชีพ โปรแกรมเมอร์ อย่างไร?

พัฒนาการเขียนโปรแกรม

เมื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ในโลกของการเขียนโปรแกรมนั้น เราจำเป็นต้องเรียนรู้เพียง 20% ก่อนจะเริ่มทำบางอย่าง เช่น ตอนผมเริ่มเรียน Flutter ก็เลือกที่จะเรียนรู้ 20% ที่เป็นพื้นฐานของ Framework นี้ก่อน เช่น Concept ของ Widget, การวาด UI แบบ Declarative และ พื้นฐาน ภาษา Dart จากนั้นผมก็สามารถเริ่มต้นเขียนโค้ดบน Framework Flutter ได้โดยที่ยังไม่รู้จักอีก 80% ของ Framework ด้วยซ้ำ และส่วนที่เหลือเราก็จะค่อยเรียนรู้เพิ่มเติมทีหลังขณะที่ค้นคว้าและลงมือเขียนจริง โปรแกรมเมอร์ที่ดี ไม่จะเป็นต้องรู้ทุกอย่างก่อนที่จะเริ่มต้นทำอะไรซักอย่างนึง แค่เลือก 20% ที่สำคัญมาเรียนรู้ก่อนก็พอ

เมื่อเลือกเวลาที่จะทำงาน

ปกติแล้วเวลางานของโปรแกรมเมอร์อย่างพวกเราน่าจะอยู่ที่ 7 – 9 ชม. ต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ เอาเข้าจริงๆสำหรับคนส่วนใหญ่แล้วเราไม่สามารถทำงานอย่าง productive ได้ตลอดทั้งเวลางาน 100% บางคนอาจทำงานตอนเช้าได้ productive กว่าตอนบ่าย แล้ว กฎ 80/20 ช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร?
“ประมาณ 80% ของงานที่เราทำทั้งหมดจะถูกทำเสร็จจากเวลา ประมาณ 20% จากเวลาทั้งวัน ของเรา 24 ชม.”
ส่วนตัวของผมเวลาที่ทำงานได้ productive ที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ บ่าย 2 ถึง 6 โมงเย็น ดังนั้นผมจะจัดเวลาทำงานโดยจะเน้นเขียนโค้ดที่ต้องใช้สมาธิในเวลาที่ productive ที่สุดของวันส่วนเวลางานอื่นๆก็จะจัดสรรไปทำเรื่องอื่นๆ เช่น อ่าน Requirement, คุยกับทีมเพื่อทำความเข้าใจ Requirement หรือ เขียน/อ่าน Document เราคาดไม่ถึงหรอกว่าเราสามารถทำงานได้มากมายขนาดไหนในเวลา ไม่กี่ชั่วโมงที่เรา productive ที่สุด โปรแกรมเมอร์ที่ดีควรเลือกเวลาทำงานให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย

เมื่อเลือกทำ Feature

“User ส่วนใหญ่จะใช้งานเพียง 20% ของ Feature ที่เราให้ไปใน Service” ดังนั้นเราควรใช้ความพยายาม 80% ไปใน Feature ที่ User ส่วนใหญ่ใช้งานและทำให้มันเป็น Feature หลักของ Service เรา

เมื่อเริ่มทำ Project ใหม่

80% ของเวลาช่วงที่เริ่มทำ Project ใหม่ ควรจะใช้ไปกับโค้ด 20% แรกของ Project ที่เป็นรากฐานของโปรเจค เช่น การสร้างโค้ด Structure, การวางแผนการเขียนโค้ด ถ้าโค้ด 20% แรกของโปรเจค เราถูกเขียนไว้ด้วย Structure ที่ดี โค้ดส่วนที่เหลือก็จะสามารถใช้ Structure เดียวกันในการสร้างขึ้นมาได้ และทำให้ Project พัฒนาไปได้รวดเร็วและง่ายขึ้นในอนาคต ดังนั้นก่อนจะเริ่มเขียนโค้ดอย่างเมามันส์นั้น อย่าลืมใช้เวลากับการสร้างรากฐาน 20% แรกของโปรเจคเราให้มั่นคงก่อน

เมื่อ Debugging

Debugging นั้นสามารถกินเวลาเป็นชั่วโมงได้เลย โปรแกรมเมอร์หลายคนบอกว่า 80% ของ Bug ของพวกเขานั้นเกิดจาก 20% ของโค้ดของเขา ดังนั้นเราควรใช้เวลา Debug โค้ดในจุดที่เราเจอ Bug ให้มากเพราะโค้ดชุดนั้นอาจไม่ได้มีข้อผิดพลาดเพียงข้อเดียว โค้ดชุดนั้นอาจส่งผลกระทบกับโค้ดเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อจัดเรียงลำดับ Task ทีเราจะทำงาน

โปรแกรมเมอร์ควรจะมี To-Do List ของ Task ที่จะทำงาน ซึ่งก็อาจอยู่ใน Jira, Asana, Project management platform อื่นๆ หรือ จะเป็นกระดาษ Post-It ที่เราเขียนขึ้นเองก็ดี โดยส่วนใหญ่แล้วจะมี Task ประมาน 20% ที่กินเวลางานของเราไปถึง 80% โดยถ้าจัดเรียงลำดับ Task ที่เราจะทำงาน ด้วยกฎ 80/20 ก็อาจจะทำให้เราสามารถทำงานได้หลาย Tasks มากขึ้นโดยการเลือกทำ Task ที่ใช้เวลาน้อยก่อน หรือ จะทำ Task ที่ใช้เวลามากก่อนก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความถนัดส่วนตัวของแต่ละคน

สรุป

การเดินทางในสายอาชีพ โปรแกรมเมอร์นั้นเป็นการเดินทางที่มีอะไรให้ค้นหามากมายเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าไปรวดเร็วมาก ความรู้ที่เราเชี่ยวชาญในวันนี้ อาจล้าสมัยในวันข้างหน้าก็ได้ดังนั้นก็มี แนวคิด(Mindset) ที่ดีพร้อม พื้นฐานในการเขียนโค้ด ที่แน่นจะทำให้เราเติบโตและเรียนรู้ไปในสายงานนี้ได้อย่างราบรื่น

เมาส์ไร้สาย 2023

เม้าส์ สุขภาพ ยี่ห้อไหนดี? 5 เม้าส์ไร้สายคุณภาพเยี่ยม ถนอมข้อมือ

เม้าส์ สุขภาพ ยี่ห้อไหนดี? 5 รายการ เมาส์ถนอมข้อมือ เวลาจะเลือกซื้อเมาส์ หลายๆคนคงมีคำถามว่า เราควรจะใช้ เม้าส์...

Read More
ขาตั้งจอคอม-2-จอและอื่นๆ

ทำไมเราต้องใช้ขาแขวนจอคอม? 9 อันดับขา แขวน จอ คอมคอมคุณภาพเยี่ยม

ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ขา แขวน จอ คอมมีผลต่อสภาพแวดล้อมการทำงาน ด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและการทำงานระยะไกลหรือแบบผสมผสาน ความสำคัญของการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และการออกแบบพื้นที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพจึงชัดเจนมากขึ้นกว่าที่เคย องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่มักถูกมองข้ามแต่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่ทำงานคือขา แขวน จอ...

Read More
ขาจับจอคอม คุณภาพสูง

ทำไมเราต้องใช้ขาจับจอคอม? 9 อันดับขาจับจอคอมคุณภาพเยี่ยม

ขาจับจอคอมเป็นเรื่องสำคัญ ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมการทำงานของเรามีการพัฒนาไปอย่างมาก ด้วยการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและการนำการตั้งค่าการทำงานระยะไกลหรือแบบผสมผสานมาใช้ ความสำคัญของการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และการออกแบบพื้นที่ทำงานที่มีประสิทธิภาพจึงชัดเจนมากขึ้นกว่าที่เคย องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่มักถูกมองข้ามแต่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กสเตชันคือขาจับจอคอมแม้ว่ารูปลักษณ์จะดูเรียบๆ แต่ขาจับจอคอมก็มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความสะดวกสบาย และความเป็นอยู่โดยรวมในที่ทำงาน ประโยชน์ของขาจับจอคอม...

Read More
โต๊ะ ทํางาน ออฟฟิศ

5 โต๊ะ ทํางาน ออฟฟิศ ที่ดีที่สุด: เพื่อประสิทธิภาพการทำงานและความสบายสูงสุด

การเลือก โต๊ะ ทำงาน ออฟฟิศ ที่เหมาะสมถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับทุกคนที่ใช้เวลาทำงานหรือเรียนหนังสือเป็นจำนวนมาก โต๊ะไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น มันเป็นเวิร์กสเตชันของคุณ ศูนย์กลางของประสิทธิภาพการทำงานของคุณ และพื้นที่ที่ความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพเจริญเติบโต ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย การสำรวจโลกแห่งโต๊ะทำงานจึงเป็นเรื่องที่ล้นหลาม...

Read More

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *